News & Update

ชัชชาติ ชี้ นวัตกรรมเปลี่ยน กทม. สู่ Net Zero

“กรุงเทพธุรกิจ” ร่วมกับ “บีไอจี” ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) จัดเวทีสัมมนา Climate Tech Forum : Infinite Innovation…Connecting Business to Net Zero เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2566

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บรรยายพิเศษหัวข้อ “นวัตกรรมเปลี่ยนกรุง” ว่า  การนำเอาเทคโนโลยีนำทางคงยากเพราะคนกรุงเทพฯ มีกว่า 10 ล้านคน แต่หานำนวัตกรรมมาใช้ก็ทำได้ เพราะนวัตกรรมเป็นไอเดีย แต่ต้องปรับความคิดให้มีมูลค่าหรือเปลี่ยนให้เป็น Value ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีมาก เพียงแค่ขอให้ปรับชีวิตคน และเพิ่มคุณค่าให้กับคนในเมืองได้ อย่าไปยึดติดกับอินโนเวชัน ที่เป็นเทคโนโลยี

รวมทั้งที่ผ่านมาพบว่ามีเทคโนโลยีหลายอย่างที่ไม่ได้มาจากอินโนเวชัน และหากพูดถึงความยั่งยืน คือ การไม่เบียดเบียนทรัพยากรของคนรุ่นใหม่ในอนาคตเพื่อตอบโจทย์ปัจจุบัน

“อย่าไปตอบสนองความต้องการในปัจจุบันโดยใช้ทรัพยากรในอนาคตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาแล้ว เห็นได้ชัดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ”

'ชัชชาติ' ชี้ นวัตกรรมเปลี่ยน กทม. สู่ Net Zero

สำหรับสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกรุงเทพฯ มาจาก  3 ส่วน คือ

1.การใช้พลังงาน  คิดเป็น 58.9%

2.การขนส่ง คิดเป็น 28.9%

3.น้ำเสียและมูลฝอย คิดเป็น 12.3%  

ทั้งนี้ เป้าหมายของ กทม.ที่วางไว้คือ ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าให้การปล่อยสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero)ให้ได้ราว 19% ภายในปี 2573 แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยหากเป็นบริษัทขนาดใหญ่ก็ทำได้ไม่ยากนัก เพราะมีเทคโนโลยี มีเงินทุน

ขณะที่กลุ่มเอสเอ็มอีไม่มีเงินลงทุน และก็ไม่สนใจ  เพราะเอสเอ็มอีสนใจเพียงว่าธุรกิจของเขาจะรอดไหมในเศรษฐกิจแบบนี้ ดังนั้นจึงบอกว่าเอาแค่ลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 3% ต่อปี ก็น่าเพียงพอแล้ว ซึ่งเป้าหมายตรงนี้ทำได้แน่

'ชัชชาติ' ชี้ นวัตกรรมเปลี่ยน กทม. สู่ Net Zero

ทั้งนี้การทำ Net zero ของ กทม.ได้กำหนดแผนการทำ 3 เรื่อง CRO คือ Calculate Reduce Offset  ประกอบด้วย

1.Calculate คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในหน่วยงานของ กทม. โดยร่วมกับองค์การบริหารจัดการลดก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และเริ่มใน 3 เขตก่อน คือ เขตดินแดง เขตบางขุนเทียน เขตประเวศ

2.Reduce ลด ก๊าซเรือนกระจกคือ ทำให้เมืองเดินได้ ปรับโครงสร้าง เพื่อสนับสนุนการใช้รถโดยสารสาธารณะ โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ ใช้รถไฟฟ้า หรือปั่นจักรยาน ทำทางเท้าเพิ่ม

สำหรับสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชน การส่งเสริมอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เช่น การติดตั้งหลอดไฟแอลอีดี LED ประมาณ 100,000 ดวง ซึ่งลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงและการขจัดน้ำเสีย โดยการเติมออกซิเจนลงไป

รวมถึงการแยกขยะที่ภายใน 1 ปี สามารถลดขยะได้ 300-700 ตันต่อตัน การส่งเสริมการขนส่ง และคมนาคมสะอาด เช่น การเปลี่ยนเป็นยานพาหนะต่างๆ ให้เป็นระบบไฟฟ้า EV หรืออย่างน้อยเป็น hybrid การเพิ่มการติดตั้งที่ชาร์จ EV หรือจุดแลกแบตเตอรี่ ในพื้นที่ของ กทม.การปรับผังเมืองให้ เป็นต้น

3.Offset การส่งเสริมโครงการที่เก็บกักหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่เหลืออยู่ ผ่านการส่งเสริมโครงการที่เก็บกัก หรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกโดยวิธีทางธรรมชาติ เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว  ซึ่ง กทม.มีนโยบายปลูกต้นไม้  1 ล้านต้นปลูกไปแล้ว 420,000 ต้น เพิ่มสวนใกล้บ้าน 

คนกรุงเทพฯ 10 ล้านคนไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้ทุกคน แต่นวัตกรรมสามารถเปลี่ยนเมือง ตอบโจทย์ได้แก้ปัญหา  Climate Change ได้ และนวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นเทคโนโลยีทันสมัย แต่จะเป็นคำตอบที่ช่วยเพิ่ม Value ให้กับคน โดยเอาคนเป็นที่ตั้งเทคโนโลยีเป็นส่วนประกอบ ต้องมีความสนับสนุนกันทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ประชาชน และเอกชน ” ชัชชาติ กล่าว

Source : กรุงเทพธุรกิจ

Tags:

Toyota จับมือ Idemitsu ผลิตแบตเตอรี่ Solid-State วิ่งไกลสุด 1,207 กม./ชาร์จ

Toyota ถือเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งล่าสุดได้มีการอัปเดตเกี่ยวกับการผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตท (Solid-State Battery) โตโยต้าได้มีการวางแผนว่าจะผลิตเร็วสุดภายในปี 2026 นี้ ชวนมาดูกันว่าน่าสนใจแค่ไหน Toyota ประกาศเตรียมผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตท (Solid-State…

ที่แรกในไทย ป้ายรถเมล์ติดแอร์ ‘Sabuy Square’ เอาใจคนกรุงไม่ต้องร้อนแล้ว

ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ และ บริษัท คูลคูล จำกัด ร่วมกับกรุงเทพมหานคร นำร่องจัดทำ “Sabuy Square” ป้ายรถเมล์ติดแอร์…

วิจัยพบ ‘กักเก็บคาร์บอน’ ไม่ดีอย่างที่คิด ก๊าซใต้ดินเสี่ยงรั่วกลับสู่ชั้นบรรยากาศ

“เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน” กลายเป็นหนึ่งในวิธีที่หลายประเทศใช้ป้องกันไม่ให้ “ก๊าซเรือนกระจก” ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้น แต่ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์กลับพบว่า ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ดินมีน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก และอาจรั่วไหลกลับสู่ชั้นบรรยากาศได้อีก หลังจากถูกปล่อยลงใต้ดินแล้ว…